ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร?

ข้อมูลส่วนบุคคล* หมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ”

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

  1. [ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตน อาทิ ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร email]
  2. [ข้อมูล xxx]
  3. [ข้อมูล yyy]
  4. […]

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจาก 2 ช่องทาง ดังนี้

  1. 1. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง โดยเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้
    1. ขั้นตอนการสมัครใช้บริการกับเรา หรือขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ์ต่างๆ กับเรา
    2. จากความสมัครใจของท่าน ในการทำแบบสอบถาม (survey) หรือ การโต้ตอบทาง email หรือ ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างเราและท่าน
    3. เก็บจากข้อมูลการใช้ website ของเราผ่าน browser’s cookies ของท่าน
    4. […]
  2. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม ดังต่อไปนี้
    1. [บุคคลที่สามที่เปิดเผยข้อมูล]
    2. […]
  3. โดยได้รับข้อมูลด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
    1. [วิธีการ เช่น ได้รับทาง email ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ ได้รับเป็นเอกสาร]
    2. […]

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

  1. [เราจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการ….]
  2. [เราจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการ….]

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว เราจะดำเนินการดังนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

[รายชื่อ หรือ ประเภท (ละเอียดที่สุดเท่าที่จะสามารถระบุได้) ของผู้ที่อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน] 

นอกจากนี้ เราอาจจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานข้อมูลเครดิต เพื่อตรวจสอบ และอาจใช้ผลการตรวจสอบข้อมูล ดังกล่าวเพื่อการป้องกันการฉ้อโกง

เราอาจมีความจำเป็นในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานต่างประเทศหรือองค์กรระหว่าง

ประเทศ โดยมีรายชื่อดังนี้

[รายชื่อ]

หน่วยงานดังกล่าวมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ (appropriate safeguards) และจะสามารถบังคับใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาตามกฎหมายที่จะบังคับใช้ได้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

[รายละเอียดของมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงาน ประเทศที่หน่วยงานนั้นตั้งอยู่พอสังเขป]

การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

1. ลักษณะการเก็บ [จัดเก็บเป็น Soft Copy / Hard Copy]

2. สถานที่จัดเก็บ [เก็บไว้ที่ห้อง ตู้ ที่มีอุปกรณ์นิรภัย / เก็บไว้ใน computer / เก็บไว้บน Cloud ที่ใช้บริการกับ…]

3. ระยะเวลาจัดเก็บ เป็นไปตามหัวข้อ ระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4. เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือ เราไม่มีสิทธิ์หรือไม่สามารถอ้างฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว เราจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วยวิธีการ [วิธีการทำลาย กรณี Soft Copy / Hard Copy] และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน [จำนวนวัน] วันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เรามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้

  1. [ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตน อาทิ ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร email]
    ระยะเวลาประมวลผล: 10 ปี นับแต่วันที่เลิกสัญญา
  2. [ข้อมูล xxx]

สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ์ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิ์ในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent): ท่านมีสิทธิ์ในการเพิกถอนความยินยอมในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับเราได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับเรา

(2) สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access): ท่านมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้เรา ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้เราเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความ ยินยอมต่อเราได้

(3) สิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification): ท่านมีสิทธิ์ในการขอให้เราแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

(4) สิทธิ์ในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure): ท่านมีสิทธิ์ในการขอให้เราทำการลบข้อมูลของท่านด้วยเหตุบาง ประการได้

(5) สิทธิ์ในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing): ท่านมีสิทธิ์ในการระงับการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

(6) สิทธิ์ในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability): ท่านมีสิทธิ์ในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่านที่ท่านให้ไว้กับเราไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือ ตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้

(7) สิทธิ์ในการคัดคานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object): ท่านมีสิทธิ์ในการคัดคานการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

ท่านสามารถติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ DPO/เจ้าหน้าที่ฝ่ายของเราได้ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิ์ข้างต้นได้ (รายละเอียดการติดต่อปรากฏในหัวข้อ “ช่องทางการติดต่อ” ด้านล่างนี้) หรือ ท่านสามารถศึกษา รายละเอียดเงื่อนไข ขอยกเว้นการใช้สิทธิ์ต่างๆ ได้ที่ [link รายละเอียดของการใช้สิทธิ์*] หรือท่านอาจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ [link ข้อมูลสำหรับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น TDPG3.0, เว็บไซตกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม http://www.mdes.go.th]

ทั้งนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการดำเนินตามสิทธิ์ข้างต้น โดยเราจะพิจารณาและแจ้งผลการ

พิจารณาตามคำร้องของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่เราได้รับคำร้องขอดังกล่าว

กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างการใช้บริการ เราจะส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาด และการส่งเสริมการตลาด ผลิตภัณฑ์ การ ให้บริการของเราที่เราคิดว่าท่านอาจสนใจเพื่อประโยชน์ในการให้บริการกับท่านอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากท่านได้ตกลง ที่จะรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากเราแล้ว ท่านมีสิทธิ์ยกเลิกความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ โดยท่านสามารถดำเนินการยกเลิกความยินยอมในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารได้ ตามขั้นตอนดังนี้

[ขั้นตอนการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร]

Cookies

Cookies คืออะไร?

Cookies คือ text files ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่านที่ใช้เพื่อจัดเก็บรายละเอียดข้อมูล log การใช้งาน internet ของ ท่าน หรือ พฤติกรรมการเยี่ยมชม website ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของ Cookies ได้จาก https://www.allaboutcookies.org/

เราใช้ Cookies อย่างไร?

เราจะจัดเก็บข้อมูลการเขาเยี่ยมชม website จากผู้เขาเยี่ยมชมทุกรายผ่าน Cookies หรือ เทคโนโลยีที่ใกล้เคียง และเราจะใช้ Cookies เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิ์ภาพในการเข้าถึงบริการของเราผ่าน internet รวมถึงพัฒนาประสิทธิ์ภาพในการใช้งานบริการของเราทาง internet โดยจะใช้เพื่อกรณี ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้ท่านสามารถ sign in บัญชีของท่านใน website ของเราได้อย่างต่อเนื่อง
  2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งาน website ของท่าน เพื่อนำไปพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  3. […]

ประเภทของ Cookies ที่เราใช้?

เราใช้ Cookies ดังต่อไปนี้ สำหรับ website ของเรา

  1. [Functionality – cookies ที่ใช้ในการจดจำสิ่งที่ลูกค้าเลือกเป็น preferences เช่น ภาษาที่ใช้ เป็นต้น]
  2. [Advertising – cookies ที่ใช้ในการจดจำสิ่งที่ลูกค้าเคยเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ หรือ สื่อโฆษณาที่เกี่ยวของเพื่อให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน]
  3. […]

การจัดการ Cookies

ท่านสามารถตั้งค่ามิให้ browser ของท่าน ตกลงรับ Cookies ของเราได้ โดยมีขั้นตอนในการจัดการ Cookies ดังนี้

[ขั้นตอนการตั้งค่าโดยอาจกำหนดเป็นกรณีใช้ Google Chrome / กรณีใช้ Safari / กรณีใช้ Internet Explorer เป็นต้น]

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ website อื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของเราและการใช้งาน website ของเราเท่านั้น หากท่าน ได้กด link ไปยัง website อื่น (แม้จะผ่านช่องทางใน website ของเราก็ตาม) ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ปรากฏใน website นั้นๆ แยกต่างหากจากของเรา

การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำเพื่อให้สอดคลองกับแนวปฏิบัติ และ กฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวของ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว เราจะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการ update ข้อมูลลงใน website ของเราโดยเร็วที่สุด

ปัจจุบัน นโยบายความเป็นส่วนตัวถูกทบทวนครั้งลาสุดเมื่อ [dd/mm/yy]

ช่องทางการติดต่อ

รายละเอียดผู้ควบคุมข้อมูล

ชื่อ: [ชื่อภาษาไทย และอังกฤษ (ถ้ามี)]
สถานที่ติดต่อ: [ที่อยู่สำนักงานใหญ่ สถานที่ทำงานของผู้ควบคุมข้อมูล]
ช่องทางการติดต่อ: 
[โทรศัพท์]
[email]
[website ]
[ช่องทางติดต่อ หรือ รับข่าวสารอื่นๆ : อาทิ. LINE, Facebook, Instagram, Twitter หรือ Social Media อื่นๆ]

รายละเอียดตัวแทนผู้รับผิดชอบ (ถ้ามี)

[หมายเหตุ: สำหรับกรณีที่องค์กรเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่อยู่นอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 5 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562]

ชื่อตัวแทนผู้รับผิดชอบ: [ชื่อภาษาไทย และอังกฤษ (ถ้ามี)]
สถานที่ติดต่อ: [ที่อยู่สำนักงานใหญ่ สถานที่ทำงานของผู้ควบคุมข้อมูล]
ช่องทางการติดต่อ:
[โทรศัพท์]
[email]
[website]

[ช่องทางติดต่อ หรือ รับข่าวสารอื่นๆ : อาทิ. LINE, Facebook, Instagram, Twitter หรือ Social Media อื่นๆ]

รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) (ถ้ามี)

ชื่อ: [ชื่อภาษาไทย และอังกฤษ (ถ้ามี)]
สถานที่ติดต่อ: [ที่อยู่สำนักงานใหญ่ สถานที่ทำงานของผู้ควบคุมข้อมูล]
ช่องทางการติดต่อ:
[โทรศัพท์]
[email]

รายละเอียดหน่วยงานกำกับดูแล

ในกรณีที่เราหรือลูกจ้างหรือพนักงานของเราฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล ตามรายละเอียดดังนี้

ชื่อ: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ: [ที่อยู่]
ช่องทางการติดต่อ:
[โทรศัพท์]
[email]

ระยะเวลาในการติดต่อ / ร้องเรียน [ภายใน…วันนับแต่….. ]

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป

ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจวัดระดับไขมัน

ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจการทำงานของไต

ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจการทำงานของตับ

ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจภายใน

ส่องดูภายในทวารหนัก

เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

ตรวจภายใน

ตรวจภายใน

เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการด้านวัคซีน

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี

แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

บริการด้านวัคซีน

วัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ชนิด 9 สายพันธุ์

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

บริการด้านวัคซีน

วัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ชนิด 4 สายพันธุ์

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

บริการด้านวัคซีน

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

บริการด้านวัคซีน

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)

1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนักด้วยวิธีแปปสเมียร์

การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์

การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี

เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบซี

การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี

การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบเอ

ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

รักษาหูด

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย

สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

รักษาหนองใน หนองในเทียม

รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ตรวจหาเชื้อหนองในจากหนอง

ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ตรวจคัดกรองหนองใน หนองในเทียม

ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

รักษาซิฟิลิสด้วยการฉีด

รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง

ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ตรวจยืนยันการติดเชื้อซิฟิลิส

ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ตรวจระดับการติดเชื้อซิฟิลิส

ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ตรวจคัดกรองซิฟิลิส

ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

บริการเอชไอวี

ยาต้านไวรัส

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเป๊ป (PEP)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเพร็พ (PrEP)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาปริมาณไวรัส

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

Template is not defined.

บริการเอชไอวี

ตรวจคัดกรองเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการด้านสุขภาพจิต

บริการด้านสุขภาพจิต​

บริการตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น บริการให้คำปรึกษาและประเมินด้านจิตใจ โดยจิตแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งบริการส่งต่อเข้าสู่การรักษาในระบบโรงพยาบาลหรือการรักษาตามสิทธิ์

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป

ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง

เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจภายใน

เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการด้านวัคซีน

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)

1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี

แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี

เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง

ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)

รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย

สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)