นโยบายคุกกี้
เว็บไซต์นี้ให้บริการโดย พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก เพื่อช่วยพัฒนาการให้บริการบนเว็บไซต์ และช่วยให้ท่านได้รับบริการที่ดี โดยในระหว่างการเข้าชมเว็บไซต์นี้ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบของคุกกี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งคุกกี้จะไม่ทำให้อุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ของท่านเสียหายและไม่มีไวรัสใดๆ ทั้งสิ้น
ความยินยอม
การเข้าชมเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้ใช้คุกกี้ตามนโยบายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาโดยปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่าง
คุกกี้คืออะไร
คุกกี้คือไฟล์ข้อความขนาดเล็กซึ่งจัดเก็บข้อมูลโดยบันทึกไว้ในอุปกรณ์หรือเครื่องมือสื่อสาร (อาทิเช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต) ที่ท่านใช้งานในขณะที่ท่านเข้าชมเว็บไซต์ของ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์
คุกกี้จะรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านโดยอัตโนมัติ รวมถึงแต่ไม่จำกัด วันและเวลาเข้าสู่เว็บไซต์ อินเตอร์เน็ตโดเมน และ ประเภทของเบราว์เซอร์ซอฟต์แวร์ เนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ที่ท่านเยี่ยมชมและระยะเวลาที่ท่านเยี่ยมชม ที่อยู่ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่ท่านเชื่อมโยงเข้า-ออกจากเว็บไซต์ของ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ตลอดจนระบบการปฏิบัติงานในการเข้าสู่เว็บไซต์
ประโยชน์ของคุกกี้
พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาการทำงานของเว็บไซต์และให้บริการแก่ท่าน ทำให้ท่านมีความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ ตลอดจนใช้คุกกี้ในการวิเคราะห์ เชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ข้อมูลของคุณจะถูกใช้โดย พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก เท่านั้น
การปิดการทำงานของคุกกี้
ท่านสามารถปิดการทำงานของคุกกี้ได้โดยเข้าไปกำหนดค่าในเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อหยุดการทำงานของคุกกี้ และการรวบรวมข้อมูลทุกอย่างในอนาคต ซึ่งท่านอาจปิดการทำงานคุกกี้ทั้งหมดหรือบางประเภทก็ได้
โปรดทราบว่าหากท่านปิดการทำงานของคุกกี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ท่านอาจไม่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ หรือไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ของ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ทั้งหมดหรือบางส่วน
หากท่านต้องการยกเลิกความยินยอมการใช้งานคุกกี้ ท่านจะต้องตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อให้ลบคุกกี้ออกจากแต่ละเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน
เว็บไซต์ของบุคคลภายนอก
โปรดทราบว่านโยบายคุกกี้ฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกซึ่งอาจลิงก์มายังเว็บไซต์ของ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น และท่านควรต้องศึกษานโยบายคุกกี้ในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการที่บุคคลภายนอกอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้
การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุกกี้
พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก อาจปรับปรุงเปลี่ยแปลงนโนยายคุกกี้ตามโอกาสเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ขอแนะนำให้ท่านทบทวนนโนบายนี้เป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดดังกล่าว
นโยบายคุกกี้ฉบับนี้มีผลใช้บังคับวันที่ 1 มิถุนายน 2565
เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป
ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง
ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี
แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง
สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)
1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)
1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)
ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)
1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี
เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน
ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)
ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย
สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง
ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บริการตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น บริการให้คำปรึกษาและประเมินด้านจิตใจ โดยจิตแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งบริการส่งต่อเข้าสู่การรักษาในระบบโรงพยาบาลหรือการรักษาตามสิทธิ์
ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป
ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง
เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ
เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)
1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)
ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)
1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)
1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี
แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี
เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)
การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)
ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน
ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง
ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย
สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)
ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง